งานบ้านพารวย

posted on 11 Mar 2013 19:50 by thosapit
ตั้งแต่ตอนที่ผมยังเป็นเด็กตัวเล็กๆ ผมมักจะโดนแม่ใช้ให้ทำงานบ้านเป็นประจำ เมื่อไหร่ก็ตามที่ผมแสดงท่าทีคัดค้านคำสั่งของแม่ แม่มักจะใช้คำพูด "เทพเจ้าแห่งความร่ำรวยไม่ชอบอาศัยอยู่ในบ้านที่สกปรกหรอกนะ" เป็นเครื่องมือในการหลอกล่อให้ผมยอมทำงานบ้านทุกครั้งไป
 
ตอนนี้ ผมไม่ใช่เด็กตัวเล็กๆอีกแล้ว ผมเริ่มสงสัยว่าการทำงานบ้านให้เรียบร้อยกับความร่ำรวยมันมีความสัมพันธ์กันหรือไม่? ถ้ามี ความสัมพันธ์ดังกล่าวมีลักษณะอย่างไร? หรือว่านี่เป็นเพียงแค่อุบายตื้นๆที่แม่ของผมใช้ในการหลอกให้ผมทำงานบ้านเท่านั้น?
 
ผมค้นพบว่าคำพูดของแม่ไม่ได้เป็นเพียงแค่อุบายหลอกเด็ก การทำงานบ้านให้เรียบร้อยมีส่วนทำให้คุณร่ำรวยมากขึ้นได้จริงๆ! และในลำดับต่อไป ผมจะกล่าวถึงสาเหตุที่ทำให้ผมเชื่อเช่นนั้น
 
1. การทำงานบ้านทุกวันทำให้คุณดูดี 
 
จริงอยู่ คุณอาจจะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงผิวพรรณหรือหน้าตาของคุณได้มากนัก (เว้นแต่คุณจะมีเงินและความกล้าหาญมากพอที่จะไปทำศัลยกรรม) แต่การทำงานบ้านจะช่วยให้คุณ Fit & Firm มากขึ้น (เพราะงานบ้านเป็นงานที่ต้องใช้แรงเยอะมากพอสมควร) 
 
หลายๆคนอาจจะสงสัยว่า ถ้าหากงานบ้านมันเป็นงานที่หนักจริงๆ แล้วเหตุใดแม่บ้านร้อยละ 80 จึงมีรูปร่างกลมดิ๊กขนาดนี้? นั่นเป็นเพราะว่าหนึ่งในงานบ้านที่แม่บ้านต้องทำ คือ การทำอาหาร และแน่นอนว่าในระหว่างที่กำลังอยู่ในครัว มันก็ต้องมีการทดสอบรสชาติอาหารที่กำลังปรุงอยู่บ้างเป็นธรรมดา พอการทดสอบดังกล่าวเกิดขึ้นบ่อยเข้า รูปร่างก็เลยบวมขึ้นตามลำดับ อีกเหตุผลหนึ่งคือ ด้วยความที่งานบ้านเป็นงานที่หนัก บวกกับการที่คุณแม่บ้านส่วนใหญ่ไม่มีแรงจูงใจที่จะรักษารูปร่างให้สวยงามเท่าไหร่นัก (อารมณ์ประมาณว่า "กูขายออกแล้วโว้ย!") หลังจากที่ทำงานบ้านเสร็จ (ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่กำลังเหนื่อยได้ที่) คุณแม่บ้านจึงเริ่มทำการสวาปามของกินตรงหน้าไม่ยั้ง ฉะนั้น ความกลมของแม่บ้านร้อยละ 80 จึงไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกใจ
 
เราจึงเห็นได้ว่าการทำงานบ้านสามารถทำให้คุณดูดีขึ้นได้อย่างไม่ต้องสงสัย (ในกรณีที่คุณไม่ทำงานบ้านไปเขมือบไป) แล้วการที่คุณดูดีขึ้นจะช่วยให้คุณร่ำรวยขึ้นได้อย่างไร? คำตอบคือมันช่วยให้คุณมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีขึ้น ส่งผลให้คุณมีโอกาสที่จะได้รับความช่วยเหลือจากผู้อื่นมากขึ้นตามลำดับ นอกจากนี้ งานวิจัยหลายฉบับยังค้นพบว่าคนที่ดูดีมักจะถูกมองว่าเป็น 'คนดี' มากกว่าคนที่ไม่ได้ดูดีอีกด้วย สิทธิประโยชน์พิเศษที่คนดูดีได้รับนี้จะช่วยให้ชีวิตการทำงานของพวกเขาง่ายขึ้น ดังนั้น คุณจึงไม่ควรแปลกใจว่าเหตุใดคนที่ดูดีจึงมีรายได้สูงกว่าคนที่ไม่ได้ดูดีโดยเฉลี่ย
 
2. การทำงานบ้านทุกวันทำให้คุณมีสุขภาพแข็งแรง
 
เช่นเดียวกับการออกกำลังกายรูปแบบอื่นๆ การทำงานบ้านสามารถทำให้คุณมีสุขภาพที่แข็งแรงสมบูรณ์มากขึ้น การที่คุณมีสุขภาพแข็งแรงจะช่วยให้คุณร่ำรวยได้อย่างไร? (1) สุขภาพร่างกายที่ดีจะนำมาซึ่งสุขภาพจิตที่ดี สุขภาพจิตที่ดีจะทำให้คุณมีมนุษยสัมพันธ์ (และเส้นสาย) ที่ดีขึ้น (และมากขึ้น) เพราะใครๆก็อยากอยู่เป็นเพื่อนกับคนที่ยิ้มเก่งหัวเราะง่ายกันทั้งนั้น (2) หากคุณมีสุขภาพแข็งแรง คุณจะสามารถทำงานหนักต่อเนื่องได้มากกว่าคนอื่น ส่งผลให้้ชีวิตการทำงานของคุณก้าวหน้ามากกว่าชาวบ้าน
 
3. การทำงานบ้านทกุวันทำให้คุณเป็นคนที่อดทนมากขึ้น
 
คุณเคยได้ยินใครพูดว่า "มีความสุขที่ได้ทำงานบ้านจังเลย!" บ้างไหมครับ (ไม่นับคนที่พูดประชดนะครับ)? ตัวผมเองยังไม่เคยเจอคนประเภทนี้เลยแม้แต่ครั้งเดียว ดังนั้น ผมจึงคิดว่ามันคงจะไม่ผิดไปจากความจริงนักถ้าผมจะบอกว่างานบ้านเป็นงานที่แทบจะไม่มีใครอยากทำมากที่สุดงานหนึ่งในโลก 
 
ทีนี้ ลองคิดดูนะครับ ถ้าแม้แต่งานที่ไม่มีคนอยากทำมากที่สุด คุณยังกัดฟันทนทำจนเสร็จได้ทุกวี่ทุกวัน ยังจะมีงานไหนที่ทำให้คุณกลัวได้อีก? ยิ่งถ้าคุณเป็นพวกเทพที่นอกจากจะกัดฟันทนทำงานบ้านจนเสร็จได้ทุกวันแล้ว ยังสามารถหาวิธีทำให้การทำงานบ้านในแต่ละวันเป็นเรื่องสนุกได้อีกด้วยแล้วละก็ คุณยิ่งลอยลำเข้าไปใหญ่
 
4. การทำงานบ้านทุกวันทำให้คุณได้อยู่กับตัวเองมากขึ้น
 
ถ้าคุณเป็นพ่อบ้าน/แม่บ้านมือใหม่ ในขณะที่คุณกำลังทำงานบ้าน คุณคงต้องจดจ่อกับการทำงานบ้านพอสมควร แต่พอเวลาผ่านไปสักพักหนึ่ง คุณจะค่อยๆเลื่อนสถานะขึ้นมากลายเป็นพ่อบ้าน/แม่บ้านมือโปรมากขึ้น กำลังของคุณเริ่มอยู่ตัว ทำให้คุณไม่รู้สึกว่างานบ้านเป็นงานที่เหนื่อยเจียนตายอีกต่อไป ตอนนี้ละครับที่คุณจะเริ่มรู้สึกว่าถึงแม้งานบ้านจะเป็นงานที่เหนื่อย แต่มันก็เป็นงาน Routine ประเภทหนึ่ง ลักษณะเนื้องานมันก็ซ้ำไปซ้ำมาอยู่อย่างนั้น ไม่มีแปลกๆใหม่ๆให้เจอซักเท่าไหร่
 
แน่นอน คุณอาจจะรู้สึกเบื่อ/เซ็ง คุณอาจจะเริ่มทำงานบ้านไปหาวไป แต่ไม่นาน คุณจะค้นพบว่าการที่งานบ้านมีลักษณะเนื้องานที่ซ้ำไปซ้ำมานี้มันก็มีประโยชน์อยู่ไม่ใช่น้อย เพราะมันทำให้คุณได้ยินเสียงของตัวเองที่แอบซ่อนอยู่ภายจิตใจของคุณมากขึ้น มันทำให้คุณได้คิดทบทวนชีวิตของคุณว่าทุกวันนี้ คุณมีความสุขหรือไม่? คุณพอใจกับชีวิตของคุณหรือไม่? มีอะไรบ้างที่คุณทำได้เพื่อพัฒนาให้ชีวิตของคุณดีขึ้นได้? ฯลฯ
 
การได้มีโอกาสคุยกับตัวเองในลักษณะนี้จะทำให้ชีวิตของคุณไม่หลงทาง ทุกวันนี้ มีคนจำนวนไม่น้อยที่ใช้ชีวิตไปเรื่อยๆอย่างไร้จุดหมาย พวกเขาไม่รู้ว่าพวกเขาเกิดมาทำไม พวกเขาไม่รู้ว่าอะไรกันแน่ที่พวกเขาต้องการในชีวิต พวกเขาเอาแต่ใช้ชีวิตตามคำพูดของคนอื่นไปวันๆ ชีวิตแบบนี้ แม้ว่าจะไม่ใช่ชีวิตที่เลวร้าย แต่ก็ไม่ใช่ชีวิตที่ดี ไม่ใช่ชีวิตที่ถูกใช้อย่างคุ้มค่าและเต็มศักยภาพ
 
ทำไมหลายๆคนจึงมีชีวิตเช่นนี้? นั่นเป็นเพราะว่าพวกเขาไม่ค่อยคุยกับตัวเองอย่างจริงจัง แน่นอนว่าคุณไม่จำเป็นต้องมากวาดบ้าน ถูบ้าน รีดผ้า ฯลฯ เพื่อที่จะได้คุยกับตัวเอง เพียงแค่คุณหาที่สงบๆเงียบๆและนั่ง/นอนอยู่ตรงนั้นสักพัก คุณก็สามารถคุยกับตัวเองได้แล้ว (แต่แน่นอนว่าการคุยกับตัวเองขณะที่ทำงานบ้านเปรียบได้กับการยิงปืนนัดเดียวได้นกหลายตัว เพราะนอกจากคุณจะได้คุยกับตัวเองแล้ว คุณยังได้ทำงานบ้าน ออกกำลังกาย และฝึกความอดทนอีกด้วย)
 
5. สภาพของบ้านที่สะอาดเรียบร้อยทำให้บรรยากาศในการทำงานดีขึ้น
 
ไม่ว่าคุณจะเป็นเด็กอนุบาลหรือพนักงานบริษัท คุณย่อมต้องมีการบ้านกลับมาทำที่บ้าน ถ้าบ้านของคุณสะอาด คุณก็จะทำการบ้านอย่างมีความสุข (หรือเปล่า?) แต่ถ้าบ้านของคุณสกปรกละก็ คุณอาจจะไม่มีกะจิตกะใจจะทำการบ้านของคุณด้วยซ้ำ (ลองจินตนาการดูนะครับว่าถ้าคุณต้องมานั่งพิมพ์งานในห้องที่มีกลิ่นไข่เน่าอบอวลอยู่ในอากาศ คุณจะมีสมาธิทำงานหรือไม่?) ยิ่งถ้าการบ้านของคุณเป็นการบ้านที่ยาก/ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์มากด้วยละก็ สถานที่ที่คุณใช้ในการทำการบ้านจะมีผลอย่างมาก
 
เกี่ยวกับเรื่องสถานที่ที่คุณใช้ในการทำงานนี้ นักจิตวิทยามีแนวคิดหนึ่งที่เรียกว่าแนวคิด 3 B ตัวอักษร B ทั้ง 3 ตัวนี้เป็นตัวย่อของสถานที่ 3 แห่ง คือ อ่างอาบน้ำ (Bathtub) เตียงนอน (Bed) และรถโดยสารประจำทาง (Bus) งานวิจัยพบว่าคนเรามักจะเกิดไอเดียดีๆเทพๆเวลาที่อยู่ในสถานที่ 3 แห่งนี้เป็นประจำ ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดที่สุด คือ ตัวอย่างของอาร์คีดีมัส 
 
"...วัดแห่งหนึ่งสร้างมงกุฎถวายแด่พระเจ้าเฮียโรที่ 2 โดยพระองค์ทรงจัดหาทองคำบริสุทธิ์ให้ อาร์คิมิดีสถูกร้องขอให้ช่วยตรวจสอบว่ามีการฉ้อโกงโดยผสมเงินลงไปด้วยหรือไม่ การตรวจสอบจะต้องไม่ทำให้มงกุฎเสียหาย ดังนั้นเขาจะหลอมมันให้เป็นรูปทรงปกติเพื่อคำนวณหาค่าความหนาแน่นไม่ได้ วันหนึ่งขณะอาบน้ำ เขาสังเกตว่าระดับน้ำในอ่างเพิ่มสูงขึ้นขณะเขาก้าวลงไป จึงคิดได้ว่าวิธีการนี้สามารถใช้ในการหาปริมาณของมงกุฎได้ เพราะตามปกติแล้ว น้ำไม่สามารถถูกบีบอัดได้ ดังนั้นมงกุฎที่จุ่มลงไปในน้ำย่อมต้องแทนที่ด้วยปริมาตรของน้ำที่เท่ากับปริมาตรของมงกุฎนั่นเอง เมื่อนำปริมาตรมาหารด้วยมวลของมงกุฎ ก็สามารถหาค่าความหนาแน่นของมงกุฎได้ ถ้ามีการผสมโลหะราคาถูกอื่นเข้าไป ค่าความหนาแน่นนี้จะต่ำกว่าค่าความหนาแน่นของทองคำ อาร์คิมิดีสวิ่งออกไปยังท้องถนนทั้งที่ยังแก้ผ้า ด้วยความตื่นเต้นจากการค้นพบครั้งนี้จนลืมแต่งตัว แล้วร้องตะโกนว่า "ยูเรก้า!" (แปลว่า ฉันพบแล้ว) การทดสอบจัดทำขึ้นอย่างประสบผลสำเร็จ และพิสูจน์ได้ว่ามีการผสมเงินเข้าไปในมงกุฎจริงๆ..."
 
ที่มา: http://th.wikipedia.org/wiki/อาร์คีดีมัส
 
ทำไมอ่างอาบน้ำ (Bathtub) เตียงนอน (Bed) และรถโดยสารประจำทาง (Bus) จึงเป็นสถานที่ที่คนเรามักจะมีความคิดดีๆเกิดขึ้นเป็นประจำ? เหตุผลข้อหนึ่งเป็นเพราะว่าช่วงเวลาที่เรากำลังอาบน้ำ นอนตีพุงเล่นก่อนหลับ และนั่งรถเมล์เป็นช่วงเวลาที่เราผ่อนคลาย ไม่เครียด และสมองโล่งโปร่งสบายที่สุด ดังนั้น ความดีๆจึงมักเกิดขึ้นในช่วงเวลานี้เสมอๆ
 
ย้อนกลับมาที่บ้านของเรา ถ้าบ้านของเราสะอาด เราจะรู้สึกผ่อนคลายในลักษณะเดียวกับที่เรารู้สึกเวลากำลังอาบน้ำ กำลังจะนอน และกำลังนั่งรถเมล์ ทำให้เราเกิดความคิดดีๆที่จะช่วยให้งานของเราสำเร็จได้ไม่ยาก ในทางกลับกัน ถ้าบ้านของเราห่างไกลจากคำว่า 'สะอาด' เราคงจะไม่รู้สึกผ่อนคลายเท่าไหร่ (หรือใครจะเถียง!?)
 

Comment

Comment:

Tweet

#8 By สติ๊กเกอร์ไลน์ (183.89.83.82|183.89.83.82) on 2014-11-28 01:12

@nirankas ผมอ่าน comment ไปชักจะหูแว่วได้ยินเสียงคนตดซะแล้ว (หรือว่าเราตดเองหว่า?)

#6 By thosapit on 2013-03-18 06:17

ไอ้หยา กลิ่นอะไม่ไปแน่ๆ แต่เสียงนี่สิ
เกิดกำลังคุยๆอยู่ มีเสียง ปู้ด ป้าด ลอดไป
คงไม่โสพาเท่าไหร่
sad smile sad smile sad smile  confused smile confused smile confused smile

#5 By Nirankas on 2013-03-15 20:08

@nirankas ผมรู้จักคนบางคนที่คุยโทรศัพท์กับแฟนขณะกำลังนั่งอยู่บนส้วม! ยังดีนะครับที่โทรศัพท์มือถือสมัยนี้ยังไม่ Hi-Tech พอที่จะส่งกลิ่นไปยังปลายสายได้ 555

#4 By thosapit on 2013-03-15 20:01

ในส้วม เรามักจะหยิบเอาแคตาล็อกต่างๆไปอ่าน
ไม่ก็ดูหนัง ดูการ์ตูนผ่านแท็บเบล็ท
( Hot! Hot! )

#3 By Nirankas on 2013-03-15 19:56

@nirankas พวกเรามานั่งพิมพ์งานตอนนั่งส้วมกันเถิด!

#2 By thosapit on 2013-03-15 19:21

เพิ่งรู้ว่าไอเดียดีๆ มักเกิดที่ BBB
( Hot! Hot! )

#1 By Nirankas on 2013-03-15 12:28