ครอบครัวผมไม่ใช่ครอบครัวที่มีฐานะร่ำรวย พวกเราถือว่าเป็นเพียงแค่ครอบครัวชนชั้นกลางธรรมดาๆเท่านั้น แต่เนื่องจากผมเป็นลูกคนเดียว พ่อแม่ผมจึงค่อนข้างทุ่มเงินไปกับการศึกษาของผมพอสมควร ซึ่งทำให้ผมมีโอกาสเรียนใน 'โรงเรียนของลูกคนรวย' มาตั้งแต่เด็กๆและทำให้ผมมีเพื่อนอยู่ 2 กลุ่มด้วยกัน เพื่อนกลุ่มแรกคือเพื่อนที่มาจากครอบครัวชนชั้นกลางเหมือนกับผม ในขณะที่เพื่อนกลุ่มที่สองคือเพื่อนที่โรงเรียนของผมซึ่งมักจะมีพื้นฐานทางบ้านที่ร่ำรวย
 
คุณอาจจะไม่แปลกใจถ้าผมจะบอกว่าเพื่อนกลุ่มแรกของผมมักจะอิจฉาเพื่อนกลุ่มที่สองของผมอยู่เรื่อยๆเพราะเพื่อนกลุ่มที่สองของผมมาจากครอบครัวที่ร่ำรวยและมีเส้นสายมากกว่า แต่ในขณะเดียวกัน เชื่อหรือไม่ครับว่าเพื่อนกลุ่มที่สองของผมหลายๆคน (แต่ก็ไม่ทุกคน) ก็อิจฉาผมและเพื่อนๆที่มาจากครอบครัวชนชั้นกลางเหมือนกัน!
 
คุณอาจจะสงสัยว่าเหตุใดเพื่อนๆที่มีฐานะทางบ้านที่ร่ำรวยหลายคนจึงมาอิจฉาชนชั้นกลางอย่างผม? ผมคิดว่าเหตุผลหลักๆน่าจะมีอยู่ 4 ข้อด้วยกัน
 
1) ความสัมพันธ์
 
ชนชั้นกลางอย่างผมไม่ต้องมาคอยพะวง (สักเท่าไหร่นัก) ว่าเพื่อน/แฟนที่กำลังคบกันอยู่มีความจริงใจกับเราหรือไม่ แต่เพื่อนๆที่มาจากฐานะทางบ้านที่ร่ำรวยมักจะกังวลเรื่องนี้เป็นประจำ พวกเขากลัวอยู่เสมอว่าสักวันหนึ่ง พวกเขาจะมารู้ความจริงว่าเพื่อน/แฟนที่คบอยู่นั้น แท้ที่จริงแล้วมาอยู่กับพวกเขาเพียงเพราะเงินหรือเส้นสายที่พวกเขามีเท่านั้น
 
2) การเลี้ยงดูของพ่อแม่
 
พ่อแม่ที่ดีกับพ่อแม่ที่ร่ำรวยไม่จำเป็นต้องเป็นพ่อแม่กลุ่มเดียวกันเสมอไป จากประสบการณ์ส่วนตัวของผม ผมพบว่าโดยส่วนใหญ่ (แต่แน่นอนว่าไม่ใช่ทั้งหมด) พ่อแม่ที่ร่ำรวยมักจะไม่ใช่พ่อแม่ที่ดีในสายตาของลูกเท่าไรนัก คนทั่วไปอาจจะมองว่าพ่อแม่ที่ร่ำรวยไม่มีเวลาดูแลลูกเนื่องจากพวกเขาต้องทำงานหาเงินมาเลี้ยงดูลูก แต่คนเป็นลูกมักจะมองว่านั่นเป็นเพียงแค่ข้ออ้างอันสวยหรูเท่านั้น เพราะเอาเข้าจริงๆแล้ว ลูกไม่ได้มีความจำเป็นต้องใช้เงินเยอะถึงหลักสิบล้าน/ร้อยล้านเลย สาเหตุที่แท้จริงที่พ่อแม่ไม่มีเวลาให้นั้นน่าจะเป็นเพราะงานเลี้ยงลูกเป็นงานที่หนักแต่ไม่ได้มีผลตอบแทนในรูปของเม็ดเงินหรือความนับหน้าถือตาจากคนอื่นมากกว่า 
 
3) ทำดี...เสมอตัว ทำชั่ว...ซวย
 
เวลาที่ลูกคนจนทำเรื่องเลวร้ายหรือล้มเหลว คนส่วนใหญ่จะเห็นใจและสงสาร แต่เวลาที่ลูกคนจนประสบความสำเร็จ คนส่วนใหญ่จะซูฮกและกล่าวสรรเสริญว่าเป็นอัจฉริยะ ในทางตรงกันข้าม เวลาที่ลูกคนรวยทำอะไรบางอย่างแล้วประสบความสำเร็จ คนส่วนใหญ่มักจะมองว่านั่นเป็นเรื่องธรรมดา แต่เวลาที่ลูกคนรวยทำเรื่องเลวร้ายหรือล้มเหลวละก็ คนส่วนใหญ่มักจะมองว่าเสียชาติเกิด 
 
4) ความรู้สึกนับถือตัวเอง
 
ความรู้สึกนับถือตัวเองเป็นหนึ่งในองค์ประกอบที่สำคัญที่สุดของการเป็นมนุษย์ที่มีความสุข ซึ่งคนเราจะสามารถนับถือตัวเองได้อย่างจริงใจก็ต่อเมื่อได้ลงมือทำอะไรบางอย่างและฝ่าฟันอุปสรรคนานัปการจนถึงจุดหมายเท่านั้น สำหรับเราๆท่านๆที่ไม่ได้เกิดมาในครอบครัวที่ร่ำรวย หากเราประสบความสำเร็จ เราก็สามารถยกมือไหว้ตัวเองได้อย่างสบายๆ แต่สำหรับเพื่อนๆของผมที่มาจากครอบครัวที่ร่ำรวย แม้ว่าพวกเขาจะประสบความสำเร็จ แต่พวกเขา (รวมทั้งคนอื่นๆในสังคม) ก็มักจะสงสัยอยู่ตลอดเวลาว่าความสำเร็จที่พวกเขาได้รับมานี้เป็นความสำเร็จที่เกิดจากลำแข้งของพวกเขาเองจริงๆหรือว่าเกิดจากความได้เปรียบของการเกิดมาในครอบครัวที่เพียบพร้อมไปด้วยเงินทองและเส้นสายหรือไม่? ความสงสัยนี้เองที่ทำให้พวกเขาดูเหมือนจะไม่เคยมีความสุขและไม่เคย 'พอ' เสียที

edit @ 8 May 2013 21:11:56 by thosapit

Comment

Comment:

Tweet

#4 By สติ๊กเกอร์ไลน์ (183.89.83.82|183.89.83.82) on 2014-11-28 01:11

@nirankas แน่นอนครับว่าการเกิดมารวยนั้นมีข้อดีมากมาย อย่างไรก็ตาม ผมเห็นว่าคนส่วนใหญ่มักจะมองแต่ข้อดี แต่มองข้ามข้อเสีย ด้วยเหตุนี้ ผมจึงได้เขียน entry นี้ขึ้น

#2 By thosapit on 2013-05-09 21:47

ข้อดีของการเกิดมารวยก็น่าจะเยอะเหมือนกันนะ
( Hot! Hot! )
แต่ไม่ได้เกิดมารวยเหมือนกัน
ก็เลยไม่แน่ใจว่ารวยแล้วมันดียังไง

#1 By Nirankas on 2013-05-09 07:22