Ice Age กับ การเกษียณอายุ

posted on 21 Sep 2013 20:04 by thosapit directory Knowledge, Diary, Idea
เมื่อไม่นานมานี้ ผมได้มีโอกาสดูภาพยนตร์ Animation เรื่องหนึ่งที่มีชื่อว่า Ice Age 3: Dawn of the Dinosaurs
 
 
 
แม้ว่าโดยรวมแล้ว ผมจะรู้สึกเฉยๆกับ Ice Age ภาคนี้ แต่มีตัวละครตัวหนึ่งที่ทำให้ผมรู้สึกสะดุดใจนิดๆ
 
ตัวละครตัวนั้นก็คือ Buck
 
 
Buck เป็นพังพอนตัวเล็กๆตัวหนึ่งที่สามารถเอาชีวิตรอดอยู่ภายในดงของเหล่าไดโนเสาร์ได้ อันเนื่องจากไหวพริบและความสามารถในการต่อสู้ที่เหนือธรรมดาของมัน ก่อนหน้านี้ Buck ได้เผชิญหน้ากับไดโนเสาร์ขนาดยักษ์ดุร้ายตัวหนึ่งที่มันตั้งชื่อให้ว่า Rudy การเผชิญหน้ากับ Rudy ในครั้งนั้น แม้ว่า Buck จะเอาชีวิตรอดได้ แต่ก็ทำให้ตาของ Buck ต้องบอดไปข้างหนึ่ง นับจากนั้นเป็นต้นมา Buck ก็ได้อุทิศชีวิตของตนไปกับการพยายามกำราบ Rudy ให้จงได้
 
ก่อนที่ภาพยนตร์เรื่องนี้จะจบลง Buck ก็สามารถกำราบ Rudy ได้ในที่สุด แต่แล้ว มันก็รู้สึกประหลาดใจกับตัวเองเป็นอย่างมาก เพราะแทนที่มันจะรู้สึกดีใจที่สามารถล้างแค้นได้สำเร็จ Buck กลับรู้สึกโหวงๆอย่างไรชอบกล
 
ผมไม่รู้ว่าผมคิดไปเองหรือเปล่านะครับ แต่ผมคิดว่าตัวละครของ Buck นี้มีพฤติกรรมที่คล้ายๆกับคนที่เกษียณอายุหลายคนอยู่เหมือนกัน
 
คนที่เกษียณอายุบางคน ก่อนที่จะอายุ 60 ปี ผมเห็นพวกเขาบ่นแล้วบ่นอีกว่างานหนักเหลือเกิน เครียดเหลือเกิน อยากจะให้วันเกษียณอายุมาถึงเร็วๆเหลือเกิน อย่างไรก็ตาม พอวันเกษียณอายุมาถึงเข้าจริงๆ พวกเขาจำนวนมากกลับทำตัวไม่ถูก แถมในใจยังรู้สึกโหวงๆไม่ต่างจาก Buck อีกด้วย
 
เพราะอะไรน่ะหรือ? ก็ก่อนหน้าที่พวกเขาเหล่านี้จะเกษียณ พวกเขาเป็นถึงผู้จัดการ เป็นถึงคณบดี เป็นถึงข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ แต่ตอนนี้ล่ะ? พวกเขาไม่ได้เป็นอะไรที่พวกเขาเคยเป็นอีกแล้ว พวกเขาจึงอดไม่ได้ที่จะรู้สึกใจหายและรู้สึกว่าตัวเอง"ไม่มีค่า"ขึ้นมา
 
ทำอย่างไรบรรดาผู้เกษียณอายุจึงจะยังคงรักษาสุขภาพจิตที่ดีและความรู้สึกว่าตนเองมีคุณค่าไว้ได้? ผมคิดว่าอาม่าของผมมีคำตอบครับ
 
ในสายตาของผม อาม่าถือเป็นหนึ่งในคนแก่ที่สุดยอดมากที่สุดคนหนึ่งเท่าที่ผมรู้จัก ถึงอาม่าของผมจะไม่ได้เรียนสูง ไม่ได้ร่ำรวย แต่ท่านก็ไม่เคยยากจนความสุข แม้ในยามที่ท่านหยุดทำงานแล้วก็ตาม
 
จากการสังเกตของผม ผมคิดว่าสาเหตุที่ทำให้อาม่าของผมยังมีความสุขอยู่แทบทุกวันได้ ทั้งๆที่ท่านเกษียณอายุมานับ 10 ปีแล้วก็ตาม น่าจะมีอยู่ 2 ประการ
 
(1) อาม่ามองว่าอาชีพเป็นเครื่องมือในการทำมาหากิน ไม่ใช่เครื่องมือในการแสดงอำนาจ บารมี หรือวาสนา ด้วยเหตุนี้เอง ท่านจึงไม่เคยรู้สึกทุกข์ใจเวลาที่"อำนาจ"ของท่านถูก"ริบ"ไปในยามที่ท่านเกษียณอายุ
 
(2) ถ้าสาเหตุประการแรกทำให้คุณคิดว่าอาม่าของผมท่านไม่ยึดติดในหัวโขนของท่านเลยแม้แต่น้อยเลยล่ะก็ ผมต้องขอแสดงความเสียใจด้วย เพราะในความเป็นจริงแล้ว อาม่าของผมท่านก็ยึดติดในหัวโขนของท่านอยู่เหมือนกัน เพียงแต่ว่าสำหรับท่านแล้ว หัวโขนของท่านไม่ใช่ตำแหน่งงานที่ท่านทำ หากแต่เป็นแก่นแท้ของอาชีพของท่าน (และทุกๆอาชีพ) ซึ่งก็คือ"การช่วยเหลือผู้อื่น" และเนื่องจากการช่วยเหลือผู้อื่นนั้นเป็นสิ่งที่ใครๆก็สามารถทำได้ทุกที่ทุกเวลา ไม่ว่าคนๆนั้นจะเกษียณแล้วหรือยังไม่เกษียณก็ตาม อาม่าของผมท่านจึงไม่เคยรู้สึกว่าท่าน"ไม่มีค่า"เลย

edit @ 21 Sep 2013 21:10:11 by thosapit

edit @ 21 Sep 2013 21:11:35 by thosapit

edit @ 21 Sep 2013 21:13:02 by thosapit

Comment

Comment:

Tweet

confused smile

#4 By Sahaphap (27.145.16.54|172.16.0.234, 172.16.0.234, 127.0.0.1, 27.145.16.54) on 2014-01-03 17:22

คุณตาเรา ตอนนี้อายุ 74 ปี แล้วค่ะเกษียณมานานเหมือนกัน แต่สุขภาพท่านยังแข็งแรง มีความสุขดีมาก ไม่มีโรคเลยด้วย ปัจจุบันยังทำงานช่วยโรงเรียน ช่วยชุมชนอยู่เลยค่ะ big smile
Hot! Hot! Hot!

#3 By white-witch on 2013-10-05 15:49

เหมือนแม่เราเลยค่ะ
แม่เออรี่รีไทร์มาหลายปีละ ตอนนี้แม่ 65 ค่ะ
แม่บอกว่าการเกษียณคือการหยุดจากงานอย่างหนึ่ง
หลังเกษียณโลกยังมีอะไรที่เราทำได้อีกเยอะ
จะมานั่งทำตัวซึมเศร้าทำไม นี่ไงเวลาว่าง
อยากทำอะไรทำเลย ! Hot!

#2 By เมพหมี shakri on 2013-09-30 11:44

Hot! Hot!  แนวคิดน่าสนใจจริงๆครับ