บทเรียนจากแม่ลิงตัวปลอม

posted on 08 Nov 2013 12:54 by thosapit directory Idea
ในสหรัฐอเมริกาเมื่อหลายปีก่อน Dr.Harlow ซึ่งเป็นนักจิตวิทยาชาวอเมริกันที่มีชื่อเสียง ได้จับลูกลิงที่เพิ่งเกิดได้ไม่นานแยกออกจากแม่ของพวกมันและให้ลูกลิงเหล่านี้อยู่กับแม่ตัวปลอม 2 ประเภท
 
แม่ตัวปลอมประเภทแรกเป็นหุ่นที่ทำมาเหล็กและมีขวดนมให้ลูกลิงดูดเวลาหิว ส่วนแม่ตัวปลอมประเภทที่สองเป็นหุ่นที่ทำมาจากผ้าแต่ไม่มีขวดนมให้ลูกลิงดูด
 
Dr.Harlow ค้นพบว่าหากเลือกได้ ลูกลิงจะชอบเกาะอยู่กับแม่ตัวปลอมประเภทที่สองที่ลักษณะนุ่มและอบอุ่นมากกว่า (แม้ว่าแม่ตัวปลอมประเภทนี้จะไม่มีอาหารให้ลูกลิงก็ตาม) พวกมันจะหันไปหาแม่ตัวปลอมประเภทแรกก็ต่อเมื่อพวกมันรู้สึกหิวเท่านั้น 
 
นอกจากนี้ Dr.Harlow ยังค้นพบอีกด้วยว่าเวลาที่มีสิ่งแปลกประหลาดโผล่เข้ามาในห้องและทำให้ลูกลิงตกใจกลัว (เช่น ตุ๊กตาหมีไขลานตีกลอง เป็นต้น) ลูกลิงจะรีบวิ่งหนีไปกอดแม่ตัวปลอมประเภทที่สองแน่นจนกระทั่งเวลาผ่านไปสักพักหนึ่ง พวกมันก็จะเริ่มหายตกใจและค่อยๆเดินเข้าไปสำรวจสิ่งแปลกประหลาดดังกล่าว อย่างไรก็ตาม สำหรับลูกลิงบางตัวที่ไม่มีแม่ตัวปลอมประเภทที่สองออยู่ในห้อง เวลาที่สิ่งแปลกประหลาดโผล่เข้ามาในห้อง แทนที่พวกมันจะวิ่งไปกอดแม่ตัวปลอมประเภทแรก พวกมันนอนคุดคู้ตัวสั่นร้องไห้อยู่บนพื้นไม่มีได้หยุดแทน
 
ผลงานวิจัยของ Dr.Harlow แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าการเป็นแม่นั้นเป็นอะไรที่มากกว่าแค่การให้อาหารลูกเท่านั้น อันที่จริง อาหารไม่ใช่สิ่งที่ลูกต้องการจากแม่มากที่สุดด้วยซ้ำ (แต่ผมไม่ได้หมายความว่าลูกไม่ต้องการอาหารนะครับ) เพราะสิ่งที่ลูกต้องการจากแม่มากที่สุดการคอยอยู่เป็นหลักประกันความปลอดภัยให้กับลูกต่างหาก!
 
อย่างไรก็ตาม เมื่อผมหันมาดูพ่อแม่จำนวนมากในสังคมเราทุกวันนี้ ผมกลับพบว่าพวกเขาแทบจะไม่ได้คอยอยู่เป็นหลักประกันความปลอดภัยให้กับลูกของพวกเขากันสักเท่าไหร่เลย เพราะในแต่ละวัน พวกเขาได้เจอหน้าพูดคุยกับลูกแค่ประมาณไม่ถึง 1 ชั่วโมงเท่านั้น ส่วนอีกประมาณ 23 ชั่วโมงที่เหลือ ถ้าพวกเขาไม่นอนหลับก็ทำงาน
 
พ่อแม่ลักษณะนี้จำนวนไม่น้อยคิดว่าพวกเขาเป็นพ่อแม่ที่ดีเพราะพวกเขามองว่าการที่พวกเขาทำงานหนักนั้นก็เพื่อที่จะได้หาเงินมาเติมเต็มปัจจัย 4 ให้ลูกอย่างเต็มที่และทำให้ลูกมีความสุข แต่งานวิจัยของ Dr.Harlow ก็ได้แสดงให้เห็นแล้วว่าแท้ที่จริงแล้ว ลูกไม่ได้ต้องการปัจจัย 4 มากมายเท่าไหร่เลย แต่สิ่งที่ลูกต้องการมากที่สุดคือตัวพ่อแม่ต่างหาก
 
เพราะฉะนั้น ถ้าหากคุณเห็นแก่ลูกของคุณจริงๆ หยุดทำงานหนักจนแทบจะไม่ได้เจอหน้าลูกเถอะครับ เพราะนั่นไม่ใช่สิ่งที่ลูกของคุณต้องการเลย นั่นเป็นสิ่งที่ตัวคุณต้องการต่างหาก คุณต้องการความสำเร็จ คุณต้องการการยอมรับจากสังคม คุณต้องการหนีปัญหาจากที่บ้าน คุณก็เลยทำงานมันทุกวันไม่หยุดไม่หย่อน แต่เชื่อไหมครับ ไม่ว่าคุณจะประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานมากขนาดไหนก็ตาม ความสำเร็จดังกล่าวก็ไม่มีวันที่จะชดเชยความล้มเหลวที่เกิดขึ้นภายในบ้านของคุณได้หรอกครับ 
 

Comment

Comment:

Tweet