ทำบุญแต่ทุกข์ใจ

posted on 21 Nov 2013 20:05 by thosapit directory Idea
เมื่อไม่นานมานี้ คนใกล้ตัวผมคนหนึ่งไปเจอสุนัขจรจัดประมาณ 3-4 ตัวอยู่ด้านหลังบ้าน 
 
ด้วยความที่คนใกล้ตัวผมเป็นคนใจบุญ ขี้สงสาร และรักสัตว์ (บ้านผมมีม้า 14 ตัว บวกกับสุนัขอีก 6 ตัว) เขาจึงตัดสินใจเอาอาหารไปให้สุนัขกลุ่มนั้นเป็นประจำทุกวัน แถมยังจ้างสัตวแพทย์ให้มาฉีดยาให้พวกมันอีกด้วย
 
คนใกล้ตัวผมบอกผมว่าเขารู้สึกมีความสุขที่ได้ช่วยเหลือสุนัขเหล่านั้น ซึ่งในตอนแรก ผมเองก็คิดเช่นนั้น แต่หลังจากนั้นไม่นาน ผมก็ชักจะเริ่มสงสัยแล้วว่าคนใกล้ตัวผมเขามีความสุขกับการช่วยเหลือสุนัขเหล่านั้นจริงหรือ เพราะผมเริ่มสังเกตว่าเขาเริ่มกินข้าวน้อยลง หดหู่ ซึมเศร้า และเหม่อลอยมากยิ่งขึ้น...มากจนกระทั่งมันเริ่มส่งผลกระทบต่องานที่เขาทำ (ซึ่งก็คือการดูแลม้าและสอนขี่ม้า)
 
พอผมถามคนใกล้ตัวผมว่าทำไมเขาจึงดูไม่มีความสุขเลย ทั้งๆที่ตัวเองกำลังทำบุญอยู่แท้ๆ คำตอบที่เขาให้ผมมาก็คือ ทุกครั้งที่เขานำอาหารไปให้สุนัขเหล่านั้นและเห็นสภาพชีวิตความเป็นอยู่ของพวกมัน เขาจะรู้สึกหดหู่มาก ใจหนึ่ง เขาอยากจะเอาพวกมันมาเลี้ยงเหลือเกิน พวกมันจะได้ไม่ต้องเป็นสุนัขจรจัดแบบทุกวันนี้ แต่ในอีกด้านหนึ่ง เขาก็ไม่สามารถที่จะมีสัตว์เลี้ยงเพิ่มได้อีกแล้ว (อย่าลืมนะครับว่าบ้านผมมีม้า 14 ตัวและสุนัขอีก 6 ตัว)
 
พูดง่ายๆก็คือคนใกล้ตัวผมทุกข์เพราะเขาอยากที่จะให้ความช่วยเหลือแก่สุนัขจรจัด 3-4 ตัวนี้มากกว่านี้ แต่ด้วยข้อจำกัดของเขาที่มีอยู่ เขาจึงไม่สามารถทำอย่างที่ใจคิดได้
 
ทำไมคนใกล้ตัวผมจึงตัดสินใจที่จะช่วยสุนัขจรจัดเหล่านั้นในตอนแรก? ก็เพราะว่าเขาอยากจะทำให้โลกใบนี้ดีขึ้น (สักนิดหนึ่งก็ยังดี) อย่างไรก็ตาม เนื่องจากทัศนคติของคนใกล้ตัวผมเป็นแบบนี้ แทนที่โลกใบนี้จะดีขึ้นตามที่คนใกล้ตัวผมตั้งใจไว้ในตอนแรก (เนื่องจากสุนัขจรจัด 3-4 ตัวได้รับความช่วยเหลือทางด้านอาหารและยารักษาโรค) ผมกลับคิดว่ามันอาจจะไม่ได้ดีขึ้นก็ได้ (เพราะแม้ว่าสุนัข 3-4 ตัวดังกล่าวจะได้รับความช่วยเหลือ แต่ตัวของคนใกล้ตัวผม ม้า 14 ตัว สุนัข 6 ตัว สมาชิกในครอบครัวของคนใกล้ตัวผมและนักเรียนที่ต้องการจะเรียนขี่ม้าจากคนใกล้ตัวผมอีกหลายคนได้รับผลกระทบเชิงลบจากอารมณ์หดหู่ของคนใกล้ตัวผม) 
 
เปล่าครับ ผมไม่ได้กำลังบอกว่าการช่วยเหลือสุนัขจรจัดเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำนะครับ แต่ผมคิดว่าเวลาที่เราช่วยเหลือใครหรืออะไรก็ตาม เราไม่ควรจะไปยึดติดกับผลลัพธ์ของการช่วยเหลือของเรามากนัก (ว่าหลังจากที่เรายื่นมือเข้าไปช่วยแล้ว มันจะต้องเกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นอย่างนู้นอย่างนี้) เราแค่ทำเท่าที่เราคิดว่าทำได้ให้เต็มที่ที่สุดก็พอแล้ว...มิฉะนั้น การทำบุญของเราคงจะทำให้เราทุกข์ใจน่าดู

edit @ 21 Nov 2013 20:07:01 by thosapit