ในแต่ละปี มีคนจำนวนมหาศาลเดินทางไปตามศาลเจ้าต่างๆทั่วประเทศเพื่อทำการ “บนบานศาลกล่าว”

ผมยอมรับว่าผมเคยดูถูกคนเหล่านี้ มองว่าคนเหล่านี้เป็นพวกโง่งมงายงอมืองอเท้า วันๆเอาแต่ไหว้อธิษฐานขอนู่นนี่นั่นอย่างเดียว แต่ไม่เคยคิดจะลงมือทำอะไรบางอย่างด้วยตัวเอง

อย่างไรก็ตาม จู่ๆ วันหนึ่ง ผมก็สังเกตเห็นอะไรบางอย่างเกี่ยวกับคนเหล่านี้ที่ผมไม่เคยมองเห็นมาก่อน

สิ่งนั้นก็คือ…คนที่เดินทางมา “แก้บน” ตามศาลเจ้าต่างๆมักจะเป็นคนหน้าเดิมๆกันทั้งนั้น!

ผมยอมรับว่า ณ ตอนนั้น ผมรู้สึกประหลาดใจมากที่สิ่งที่คนเหล่านี้บนบานศาลกล่าวไว้มันจะกลายเป็นจริงปีแล้วปีเล่าขนาดนี้ ถ้ามันกลายเป็นจริงเพียงแค่ปีสองปี ผมคงไม่รู้สึกอะไรเท่านัก แต่นี่ผมเห็นบางคนเขาเดินทางมาแก้บนกันทุกปี เป็นระยะเวลาไม่ต่ำกว่า 10 ปี!

ผมรู้ทันทีเลยว่าผมเจอ “ของดี” เข้าแล้ว แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าผมจะกลายร่างเป็นผู้สนับสนุนการบนบานศาลกล่าวทันทีนะครับ จริงอยู่ แม้ว่าผมจะรู้สึกทึ่งกับผลลัพธ์ที่ปรากฏให้เห็นอยู่ตรงหน้า แต่ด้วยความที่ผมยังไม่ค่อยเข้าใจนักว่าการบนบานศาลกล่าวมันส่งผลให้คำอธิษฐานเป็นจริงได้อย่างไร ผมจึงยังคงค่อนข้างสงวนท่าทีกับวิธีดังกล่าวอยู่

จนกระทั่งวันหนึ่ง ผมอ่านหนังสือเล่มหนึ่งของ Brian Tracy (กูรูทางด้านการพัฒนาตัวเองที่มีชื่อเสียงก้องโลก) และเนื้อหาส่วนหนึ่งในหนังสือเล่มได้กล่าวไว้ว่า มีอยู่ครั้ง Tracy ได้ขอให้ผู้เข้าร่วมสัมมนาเขียนสิ่งที่ตัวเองต้องการให้เกิดขึ้นในชีวิตลงในกระดาษแผ่นหนึ่งให้ชัดเจนและละเอียดที่สุดเท่าที่จะทำได้ (บางคนถึงกับจัดเต็มไปเกือบ 10 หน้ากระดาษ) หลังจากที่เวลาผ่านไปอีกหลายปี Tracy ได้ทำการติดตามความคืบหน้าของเป้าหมายที่ผู้เข้าร่วมสัมมนาในครั้งนั้นได้เขียนเอาไว้ ผลปรากฏว่าผู้เข้าร่วมสัมมนาส่วนใหญ่ (แม้ว่าพวกเขาจะไม่ได้นำเอาเป้าหมายที่ตัวเองเขียนไว้มาทบทวนเลยก็ตาม) สามารถบรรลุเป้าหมายที่เขียนไว้ได้อย่างง่ายดาย!

เหตุใดเพียงแค่การเขียนเป้าหมายลงในกระดาษจึงทำให้ผู้เข้าร่วมสัมมนาบรรลุเป้าหมายเหล่านั้นได้? ก็เพราะการที่เราจะเขียนเป้าหมายลงไปได้นั้น เราจำเป็นต้องใช้เวลาคิดทบทวนตัวเองอย่างจริงจังว่าตกลงแล้ว เราจะเอายังไงกันแน่กับชีวิตของเรา การนั่งลงตั้งคำถามกับตัวเองเช่นนี้ทำให้เราใช้ชีวิตอย่างมีเป้าหมาย เราจะเริ่มเห็นว่าอะไรสำคัญ อะไรไม่สำคัญ เราจะเริ่มตัดสิ่งที่ไม่สำคัญออก ทำให้เราสามารถโฟกัสพลังงานไปยังสิ่งที่เหลืออยู่ในชีวิตของเรา (ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญ) ได้มากขึ้น 

พลังงานของเรา ถ้าจะให้เปรียบเปรย มันก็เหมือนกับแสงอาทิตย์นั่นแหละครับ โดยปกติแล้ว แสงอาทิตย์มันจะส่องทุกอย่างในโลกนี้เท่าๆกัน ทำให้ไม่มีแม้แต่สิ่งเดียวที่โดนแสงอาทิตย์ส่องแล้วไฟลุก แต่ถ้าเรามีแว่นขยายและใช้แว่นขยายโฟกัสแสงอาทิตย์ให้มารวมอยู่ที่สิ่งใดสิ่งหนึ่ง ภายในไม่กี่นาทีต่อมา สิ่งๆนั้นจะไฟลุกพรึ่บขึ้นมาทันที

นี่แหละครับคือสาเหตุว่าทำไมคนที่ชอบบนบานศาลกล่าวจำนวนไม่น้อยจึงได้มีโอกาสมาแก้บนอยู่เรื่อยๆ การบนในแต่ละปีของพวกเขาก็คือการตั้งเป้าหมายประจำปีนั่นเอง!
 

Comment

Comment:

Tweet